กลุ่มโรคมะเร็งสตรี ที่พบบ่อย

โรคทางนรีเวช จุดเริ่มต้นของอาการเจ็บป่วยที่สามารถพัฒนาความรุนแรงตามระยะเวลาการดำเนินของรอยโรคไปสู่โรคมะเร็งได้ โดยกลุ่มโรคมะเร็งสตรี ที่พบบ่อย ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งมีสาเหตุการเกิดโรคที่แตกต่างกัน ถือปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรปล่อยปละละเลยมองข้ามไป ควรให้ความสำคัญใส่ใจดูแลสุขภาพ

1. มะเร็งเต้านม
มะเร็งเต้านม โรคมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 1 ในหญิงไทย และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต มักมีสัญญาณเตือนอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น เช่น การคลำพบก้อนที่บริเวณเต้านม หรือใต้รักแร้ มีของเหลวไหลออกมาจากเต้านม เต้านมรูปทรงผิดรูป เป็นต้น ถือสัญญาณเตือนความผิดปกติที่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองเต้านมโดยละเอียดทันที

2. มะเร็งปากมดลูก
สาเหตุจาก เชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) โดยโรคมะเร็งปากมดลูก พบมากถึงเป็นอันดับ 2 ของโรคมะเร็งในหญิงไทย เชื้อไวรัส HPV ก่อให้เกิดโรคบริเวณอวัยวะเพศทวารหนัก เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก หูดหงอนไก่ เชื้อไวรัส HPV นี้สามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธุ์ ผ่านรอยแผล รอยขีดข่วนตามผิวหนัง สิ่งของที่มีการปนเปื้อนเชื้อจากผู้ป่วย หรือแม้กระทั่งในช่วงที่ผู้ติดเชื้อยังไม่แสดงอาการก็ตาม นอกจากนี้เชื้อไวรัส HPV ยังสามารถแพร่ให้แก่ทารกได้หากคุณแม่ติดเชื้อในระหว่างตั้งครรภ์ ทั้งนี้ในปัจจุบันสามารถเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้ด้วยการฉีดวัคซีน

3. มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ถือเป็นอีกโรคที่พบได้มากขึ้นในปัจจุบัน ประเทศไทยพบบ่อยเป็นอันดับ 3 ของโรคมะเร็งในหญิงรองจากมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก มักพบอัตราการป่วยในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่เข้าสู่ภาวะวัยทอง สาเหตุจากความผิดปกติของระดับฮอร์โมน โดยมีอาการเลือดออกผิดปกติในช่วงที่ไม่ใช่รอบเดือน อาการปวดท้องน้อย คลำพบก้อนในท้องน้อย

4. มะเร็งรังไข่
สาเหตุจากความผิดปกติของเซลล์ในรังไข่ มักพบอาการอึดอัดในช่องท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อ คลำพบก้อนในบริเวณท้องน้อย เลือดออกผิดปกติ น้ำหนักเพิ่ม หรือลดกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ ทั้งนี้ในผู้ที่ป่วยเป็นโรคถุงน้ำรังไข่บางชนิด ก็มีโอกาสที่รอยโรคจะพัฒนาเป็นโรคมะเร็งรังไข่ได้

การตรวจคัดกรองโรคมะเร็ง มีประโยชน์หรือไม่

ถือว่ามีประโยชน์ เพราะถือเป็นการค้นหาความผิดปกติที่อาจตรวจเจอได้ ในระยะแรกเริ่มซึ่งมักไม่มีอาการแสดงของรอยโรคออกมาเด่นชัด ช่วยให้รู้ทันปัญหาความผิดปกติของระบบของการทำงานภายในร่างกาย เพราะการที่สามารถตรวจพบได้เร็วเท่าไร ก็นำไปสู่กระบวนการวางแผนดูแลรักษาอาการความผิดปกติได้ทันทีและตรงจุด

การดูแลสุขภาพประจำวัน
การเลือกรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ ครบทั้ง 5 หมู่ หลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นต่างๆที่ทำให้เกิดความเสี่ยงของการเจ็บป่วย เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่อมดื่มแอลกอฮอล์ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ และการตรวจคัดกรองสุขภาพเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะการตรวจภายใน พร้อมตรวจคัดกรองหาเชื้อมะเร็งปากมดลูกทุก 3 ปี

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *