Blogs

บทความ

กลุ่มโรคมะเร็งสตรี ที่พบบ่อย

โรคทางนรีเวช จุดเริ่มต้นของอาการเจ็บป่วยที่สามารถพัฒนาความรุนแรงตามระยะเวลาการดำเนินของรอยโรคไปสู่โรคมะเร็งได้ โดยกลุ่มโรคมะเร็งสตรี ที่พบบ่อย ได้แก่ มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่ มะเร็งเต้านม มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งมีสาเหตุการเกิดโรคที่แตกต่างกัน ถือปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรปล่อยปละละเลยมองข้ามไป ควรให้ความสำคัญใส่ใจดูแลสุขภาพ 1. มะเร็งเต้านม มะเร็งเต้านม โรคมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 1 ในหญิงไทย และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต มักมีสัญญาณเตือนอาการผิดปกติที่เกิดขึ้น เช่น การคลำพบก้อนที่บริเวณเต้านม หรือใต้รักแร้ มีของเหลวไหลออกมาจากเต้านม เต้านมรูปทรงผิดรูป เป็นต้น ถือสัญญาณเตือนความผิดปกติที่ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองเต้านมโดยละเอียดทันที 2. มะเร็งปากมดลูก สาเหตุจาก เชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) โดยโรคมะเร็งปากมดลูก พบมากถึงเป็นอันดับ 2 ของโรคมะเร็งในหญิงไทย เชื้อไวรัส HPV ก่อให้เกิดโรคบริเวณอวัยวะเพศทวารหนัก เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก หูดหงอนไก่ เชื้อไวรัส HPV นี้สามารถติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธุ์ ผ่านรอยแผล รอยขีดข่วนตามผิวหนัง สิ่งของที่มีการปนเปื้อนเชื้อจากผู้ป่วย หรือแม้กระทั่งในช่วงที่ผู้ติดเชื้อยังไม่แสดงอาการก็ตาม นอกจากนี้เชื้อไวรัส HPV ยังสามารถแพร่ให้แก่ทารกได้หากคุณแม่ติดเชื้อในระหว่างตั้งครรภ์ […]

กลุ่มโรคมะเร็งสตรี ที่พบบ่อย Read More »

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคร้ายใกล้ตัวที่ไม่อาจมองข้าม

มะเร็งต่อมน้ำเหลืองเป็นอีกหนึ่งโรคร้ายที่อยู่ใกล้ตัวเรา และไม่ควรมองข้ามเช่นกัน ควรใส่ใจและให้ความสำคัญ โดยการสังเกตตนเองอยู่เสมอ เมื่อพบเจอสิ่งสิ่งผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อการรักษาที่ทันท่วงที มะเร็งต่อมน้ำเหลือง คือ โรคที่มีเนื้องอกร้ายชนิดหนึ่งเกิดขึ้นที่ต่อมน้ำเหลืองหรือโครงสร้างต่อม ซึ่งระบบน้ำเหลืองก็เป็นระบบหนึ่งของภูมิคุ้มกัน ประกอบไปด้วย อวัยวะน้ำเหลือง ได้แก่ ม้าม และไขกระดูก ซึ่งภายในอวัยวะเหล่านี้จะเต็มไปด้วยน้ำเหลือง มีหน้าที่นำสารอาหารและเซลล์เม็ดเลือดขาวไปทั่วร่างกาย และเมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวเหล่านี้เกิดความผิดปกติ จึงทำให้เกิดเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองขึ้นมา มะเร็งต่อมน้ำเหลืองสามารถเกิดได้ในทุกที่ เพราะต่อมน้ำเหลืองมีอยู่ทั่วร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น คอ รักแร้ ข้อพับแขน ข้อพับขา ช่องอกหรือช่องท้อง แต่ยังไงก็ตามเซลล์น้ำเหลืองก็ยังอยู่ตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกายด้วย ไม่ว่าจะเป็นลำไส้ หรือกระเพาะ จึงสามารถเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้หมดทุกที่ สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองยังไม่ทราบแน่ชัด แต่จากการคาดการณ์เบื้องต้นพบว่ามีปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ ปัจจัยทางเคมี วัตถุทางเคมีที่อาจก่อให้เกิดมะเร็ง เช่น สารเคมีปราบศัตรูพืช น้ำยาย้อมผม เป็นต้น ปัจจัยทางภูมิคุ้มกัน ผู้ที่มีสมรรถภาพภูมิคุ้มกันโรคลดลง เช่น โรคเอดส์ การปลูกถ่ายอวัยวะ โรคไขข้ออักเสบ เป็นต้น ปัจจัยทางพันธุกรรม การเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองนั้น มีความชัดเจนที่เกิดมาจากกรรมพันธุ์ทางครอบครัว เช่น พี่น้องอาจเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลืองตามลำดับ หรือเป็นพร้อมกัน สาเหตุจากไวรัส การติดเชื้อไวรัส เช่น ไวรัส HIV เป็นต้น

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคร้ายใกล้ตัวที่ไม่อาจมองข้าม Read More »

มะเร็งตับ…โรคร้ายอันตรายถึงชีวิต

     มะเร็งตับ เป็นโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นในเนื้อตับ ซึ่งเกิดจากเซลล์ตับที่มีการเจริญเติบโตผิดปกติจนกลายเป็นเนื้องอกร้าย เรียกว่า มะเร็งเซลล์ตับ (Hepatocellular Carcinoma) และถ้าเนื้องอกเกิดจากเซลล์บุท่อน้ำดีเจริญเติบโตผิดปกติจะเรียกว่า มะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma) ในขณะที่เนื้องอกร้ายในตับของผู้ป่วยบางร้ายเกิดจากเซลล์มะเร็งที่มีต้นกำเนิดในอวัยวะอื่นแล้วแพร่กระจายมายังตับ เรียกมะเร็งกลุ่มนี้ว่า มะเร็งตับแพร่กระจาย (Metastatic Liver Cancer) ซึ่งอาจมีต้นตอของเซลล์มะเร็งมาจากเนื้องอกร้ายของตับอ่อน กระเพาะอาหาร ลำไส้ เต้านม หรือปอด เป็นต้น สาเหตุ      การค้นหามะเร็งในระยะที่ไม่แสดงอาการในผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงมีความสำคัญมาก แพทย์จึงแนะนำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีอย่างเรื้อรัง เพศชายอายุ 40 ปีขึ้นไป และเพศหญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป และผู้ป่วยตับแข็งที่เกิดจากสาเหตุต่างๆ ได้แก่ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี การดื่มแอลกอฮอล์เป็นเวลานาน โรคตับคั่งไขมันจากภาวะอ้วน ตับอักเสบจากภาวะแพ้ภูมิตนเอง โรคตับคั่งน้ำดี      ควรเข้ารับการตรวจเฝ้าระวังการเกิดมะเร็งตับอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการตรวจอัลตราซาวนด์หารอยโรคผิดปกติในเนื้อตับ หรือร่วมกับการตรวจเลือดวัดระดับ alfa-fetoprotein (AFP) และถ้าการตรวจนี้พบความผิดปกติสงสัยเนื้องอกในตับ แพทย์จะแนะนำให้ตรวจภาพรังสีวินิจฉัยของตับเพิ่มเติม เช่น เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (computed tomography)

มะเร็งตับ…โรคร้ายอันตรายถึงชีวิต Read More »

กิน “ติดเค็ม” เสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร

พฤติกรรมการกิน ส่งผลโดยตรงต่อร่างกายของเรา หากทานอาหารรสจัดเกินไป โดยเฉพาะรสเค็ม อาจส่งผลเสียจนก่อโรคร้ายได้ นอกจากสารเคมี อาหารไขมันสูง อาหารหมักดอง ทำให้เราเสี่ยงเป็นมะเร็งแล้ว รู้มั้ยว่าแค่อาการ “ติดเค็ม” ก็ทำให้เรามีโอกาสเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารโดยไม่ทันตั้งตัวได้เช่นกัน มีงานวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นประเทศที่มีอุบัติการณ์ของมะเร็งกระเพาะอาหารมากที่สุดในโลก พบว่าการบริโภคอาหารที่มีเกลือหรือโซเดียมคลอไรด์ในปริมาณสูงมีความสัมพันธ์ต่อการเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหารอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แค่ “ติดเค็ม” ก็เป็นเรื่องใหญ่ ลองสังเกตตัวเองสิว่า เราเคยเป็นแบบนี้บ้างไหม เติมน้ำปลา หรือซีอิ๊วทุกครั้งก่อนชิมอาหาร กินข้าวไป เหยาะพริกน้ำปลาไปแทบทุกคำ ชอบกินขนมกรุบกรอบที่มีรสเค็ม ชอบกินอาหารสำเร็จรูป (ซึ่งส่วนใหญ่จะมีรสเค็ม) ชอบกินอาหารหมักดองเป็นพิเศษถ้าใช่แม้เพียงข้อเดียว ก็อาจทำให้คุณมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งเพราะ “ติดเค็ม” ได้แล้ว ทำไม “ติดเค็ม” ถึงอันตราย นอกจากพฤติกรรมการชอบปรุงอาหารให้มีรสเค็ม ร่วมกับการชอบรับประทานอาหารที่มีรสเค็มอย่างอาหารสำเร็จรูป อาหารหมักดอง ขนมกรุบกรอบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาหารที่มีโซเดียมสูง ยิ่งรับประทานเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ก็เท่ากับว่าร่างกายมีการสะสมของโซเดียมเหล่านี้เป็นจำนวนมาก ผลที่ได้นั้นเกินกว่าที่หลายคนคาดไว้มาก คือจะทำให้มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร รวมไปถึงหลอดอาหารได้ง่ายๆ เพราะเมื่อไหร่ที่ร่างกายเราได้รับปริมาณโซเดียมที่มากจนเกินไป จะส่งผลให้ปริมาณเกลือโพแทสเซียมลดลง และนั่นจึงเป็นสาเหตุทำให้ภูมิต้านทานในร่างกายลดลง ยิ่งถ้าคนที่มีอาการติดเค็มแบบนี้นานๆ ก็ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารและหลอดอาหารได้มากกว่าคนอื่นหลายเท่านั่นเอง นี่ยังไม่รวมกับอาหารอื่นๆ ที่มีปริมาณโซเดียมปนอยู่แล้วด้วยนะ เพราะฉะนั้นทางที่ดีคือ ควรรับประทานแต่พอเหมาะ ก่อนปรุงอาหารทุกครั้งลองชิมดูก่อนว่ามีรสเค็มแล้วหรือยัง หรือพยายามเลี่ยงการปรุงเพิ่ม ลดปริมาณโซเดียมให้น้อยลง

กิน “ติดเค็ม” เสี่ยงมะเร็งกระเพาะอาหาร Read More »

7 เรื่อง เข้าใจผิดเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม

มะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่พบอันดับ 1 ในผู้หญิง และยังเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิต แต่ยังมีหลายคนที่เข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคดังกล่าว มาทำความเข้าใจโรคมะเร็งเต้านมให้มากขึ้น 1. ผู้หญิงที่มีขนาดหน้าอกใหญ่มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมมากกว่าผู้หญิงหน้าอกเล็ก “ขนาดของหน้าอก” ไม่เกี่ยวกับโอกาสในการเกิดมะเร็งเต้านมโดยตรง ขนาดที่ใหญ่อาจจะเป็นเรื่องของไขมันไม่ใช่ส่วนของเนื้อของเต้านม ดังนั้นผู้หญิงที่มีขนาดเต้านมใหญ่จึงไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม 2. ชุดชั้นในเป็นสาเหตุของการเป็นมะเร็งเต้านม ชุดชั้นในไม่เกี่ยวข้องกับสาเหตุของการเป็นมะเร็งเต้านม หลายคนอาจกังวลว่าการใส่ชุดชั้นในทำให้ไปกดรัดเนื้อเต้านมและจะทำให้เป็นมะเร็งได้นั้น ไม่เป็นความจริง ดังนั้นถ้าใส่ชุดชั้นในแล้วรู้สึกเจ็บไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งเต้านมเสมอไป แต่หากคลำพบว่าเป็นก้อนควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัด 3. ถุงน้ำหรือซีสต์ในเต้านม มีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งเต้านมหรือไม่ ถุงน้ำหรือซีสต์ในเต้านมไม่เกี่ยวกับมะเร็งเต้านม ถุงน้ำหรือซีสต์เกิดจากการตอบสนองต่อฮอร์โมนสูงกว่าปกติ จึงสร้างน้ำเข้ามาในท่อและกลายเป็นซีสต์ บางครั้งซีสต์ในเต้านมจะสัมพันธ์กับอาการเจ็บเต้านมได้ อย่างไรก็ตามหากรังสีแพทย์ตรวจอัลตราซาวด์แล้วพบว่าเป็นซีสต์ที่มีลักษณะผิดปกติแตกต่างจากซีสต์ทั่วๆ ไป อาจจะพิจารณาให้ตรวจเพิ่มเติม 4. การตรวจแมมโมแกรมบ่อยๆ จะทำให้เป็นมะเร็งเต้านม ปัจจุบันการตรวจแมมโมแกรมใช้ปริมาณรังสีน้อยมาก ในการทำ 1 ครั้ง ปริมาณรังสีที่ได้รับเทียบเท่ากับรังสีที่ได้รับในชีวิตประจำวันประมาณ 7 สัปดาห์ ซึ่งนับว่าน้อยมาก อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบความเสี่ยงกับผลประโยชน์ที่ได้รับถือว่าเป็นผลดีต่อการตรวจโรคมะเร็งเต้านมมากกว่า ทำให้สามารถค้นหามะเร็งเต้านมได้ก่อนที่จะคลำพบก้อน 5. การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนทำให้เป็นมะเร็งเต้านม ปัจจุบันการเสนิมหน้าอกส่วนใหญ่จะเลือกใช้เป็นถุงซิลิโคน ซึ่งมีการศึกษามาอย่างยาวนานแล้วว่ามีความปลอดภัยไม่เพิ่มความเสี่ยงการเป็นมะเร็งเต้านม อย่างไรก็ตามก่อนที่จะทำการผ่านตัดเสริมหน้าอก ควรไปพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมก่อน 6. ผู้ชายไม่เป็นมะเร็งเต้านม ผู้ชายก็มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมได้ แต่มีโอกาสน้อยกว่าผู้หญิงมาก มะเร็งเต้านมในผู้ชายมักจะสัมพันธ์กับการที่ครอบครัวมีประวัติเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมสูง หรือในผู้ชายที่รับประทานฮอร์โมนเพศหญิงอย่างต่อเนื่องนานๆ 7.

7 เรื่อง เข้าใจผิดเกี่ยวกับมะเร็งเต้านม Read More »

นอนกรนเสี่ยงมะเร็ง?

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับและโรคมะเร็ง มีความเชื่อมโยงกันหรือไม่? และสาเหตุคืออะไร? จากข้อมูลของสถาบันโรคหัวใจ ปอด และโลหิตวิทยาแห่งชาติ ประเทศสหรัฐอเมริกา (National Heart, Lung and Blood Institute) ระบุว่า ภาวะหยุดหายใจขณะหลับเป็นโรคที่พบได้บ่อยในหมู่คนประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้ที่มีอาการนอนกรนหยุดหายใจขณะหลับ จะมีการหยุดและเริ่มหายใจซ้ำ ๆ ระหว่างช่วงการนอนหลับ สิ่งนี้อาจทำให้พวกเขานอนหลับได้ไม่เต็มอิ่ม และอาจส่งผลต่อคุณภาพการพักผ่อน โดยสาเหตุนี้เกิดจากการคลายตัวของกล้ามเนื้อคอที่ผิดปกติ จากการศึกษาชี้ให้เห็นว่า จำนวนผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีจำนวนเพิ่มขึ้น นี่เป็นแนวโน้มที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากภาวะนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง และความเหนื่อยล้าเรื้อรังรวมถึงปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ยิ่งไปกว่านั้น งานวิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นว่า การหยุดหายใจขณะหลับอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้ Athanasia Pataka ผู้ช่วยศาสตราจารย์จาก Aristotle University of Thessaloniki ในประเทศกรีซได้กล่าวไว้ว่า “การศึกษาเมื่อเร็ว ๆ นี้แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับหรือเสียงกรนดังหายใจไม่ออก จะมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำในช่วงกลางคืน และการนอนหลับก็ถูกรบกวนด้วย ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งประเภทต่างๆ” (Cohut, 2019, “Sleep apnea and cancer,” para. 8)

นอนกรนเสี่ยงมะเร็ง? Read More »

4 ต้นเหตุเสี่ยง ‘มะเร็งหลังโพรงจมูก’

มะเร็งหลังโพรงจมูก เป็นมะเร็งที่ยังไม่ทราบสาเหตุการเกิดที่แน่ชัด แต่ก็เชื่อได้ว่ามีปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดโรคนี้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น  เชื้อไวรัสเอปสไตน์บาร์ (Epstein-Barr Virus: EBV) เป็นไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคโมโนนิวคลิโอซิสหรือที่เรียกกันว่าโรคติดต่อจากการจูบ ซึ่งเป็นไวรัสตระกูลเดียวกับเชื้อไวรัสเริม จากการศึกษาพบว่าผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกมีสารภูมิคุ้มกันต่อไวรัสชนิดนี้สูงกว่าคนทั่วไป สารก่อมะเร็งไนโตรซามีน (Nitrosamine) เป็นสารที่พบมากในโรงงานอุตสาหกรรมฟอกหนัง ยางพารา หลอมเหล็ก – โลหะ และปนเปื้อนอยู่ในอาหารประเภทหมักดอง เนื้อสัตว์แปรรูป รวมถึงอาหารประเภทปิ้งย่าง ควันและฝุ่นละออง ไม่ว่าจะเป็นควันจากการเผาไหม้หรือควันบุหรี่ รวมทั้งฝุ่นละออง หากสูดดมในปริมาณมากเป็นเวลานาน อาจมีผลต่อการเกิดมะเร็งหลังโพรงจมูกได้ สุขภาพในช่องปากไม่ดี หากสุขอนามัยในช่องปากไม่ดี หรือภายในโพรงจมูกอักเสบเรื้อรัง อาจก่อให้เกิดมะเร็งหลังโพรงจมูกได้ หากหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก ได้ สำหรับการรักษานั้นสามารถรักษาให้หายขาดได้ หากตรวจพบและเข้ารับการรักษาตั้งแต่ระยะแรก โดยแพทย์จะพิจารณารักษาด้วยการฉายรังสีหรือฉายรังสีร่วมกับยาเคมีบำบัด ทั้งนี้ แนวทางการรักษาจะขึ้นอยู่กับระยะเซลล์มะเร็งและเงื่อนไขด้านสุขภาพของผู้ป่วยในแต่ละราย ที่มา: Vejthani Hospital

4 ต้นเหตุเสี่ยง ‘มะเร็งหลังโพรงจมูก’ Read More »

โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ภัยเงียบไม่แสดงอาการ

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง คือโรคที่เกิดจากการที่มีเนื้อร้ายเกิดขึ้นที่ต่อมน้ำเหลืองหรือโครงสร้างของต่อมน้ำเหลือง โดยระบบน้ำเหลืองเองก็เป็นระบบหนึ่งของภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ประกอบไปด้วย อวัยวะที่มีต่อมน้ำเหลือง ได้แก่ ม้าม และไขกระดูก ซึ่งภายในอวัยวะเหล่านี้จะเต็มไปด้วยน้ำเหลืองมีหน้าที่ลำเลียงสารอาหารและเซลล์เม็ดเลือดขาวไปทั่วร่างกาย และเมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวเหล่านี้เกิดความผิดปกติจึงทำให้เกิดเป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง เพราะต่อมน้ำเหลืองนั้นมีอยู่ทั่วร่างกายไม่ว่าจะเป็น คอ รักแร้ ข้อพับแขน ข้อพับขา ช่องอกหรือช่องท้อง และนอกจากนี้เซลล์น้ำเหลืองเองก็ยังมีอยู่ตามอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายด้วย ไม่ว่าจะเป็นลำไส้ หรือกระเพาะจึงทำให้มะเร็งต่อมน้ำเหลืองสามารถเกิดขึ้นได้หมดทุกที่ ประเภทของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ชนิด มะเร็งต่อมน้ำเหลืองฮอดจ์กิน(Hodgkin’s disease – HD หรือมีอีกชื่อว่า Hodgkin’s lymphoma – HL) พบได้บ่อยในช่วงอายุ 15-34 ปี และมากกว่า 60 ปี พบได้น้อยในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี มีลักษณะเฉพาะ คือ จะพบเซลล์มะเร็งที่เรียกว่า “Reed-Sternberg cell” ซึ่งไม่มีในมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดอื่น ๆ มะเร็งต่อมน้ำเหลืองนอนฮอดจ์กิน(non-Hodgkin’s lymphoma – HHL) พบได้มากกว่ากลุ่มแรกประมาณ 8 เท่า

โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ภัยเงียบไม่แสดงอาการ Read More »

อาการ “ไอ” แบบไหน? เสี่ยงมะเร็งปอด

“มะเร็งปอด” โรคร้ายที่พรากคนรักของคุณไปโดยไม่ทันตั้งตัว หนึ่งในมะเร็งที่พบบ่อยในคนไทยอันดับต้น โดยบุหรี่ ถือเป็นสาเหตุหลักของการเกิดมะเร็งปอด โดยพบว่ามีโอกาสเกิดมะเร็งปอดในผู้ที่สูบบุหรี่มากถึง 10 เท่า ของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ อาการ “ไอ” เป็นหนึ่งในสัญญาณเตือนของมะเร็งปอด สังเกตอาการไอ แบบไหนมราเสี่ยงมะเร็งปอด ไอเรื้อรั้ง ไอนานติดต่อกันเกินเกินกว่า 3 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย หรือในบางรายอาจไอนานเป็นเดือน ไอรุนแรงจนเหนื่อยหอบ ไอแบบรุนแรง ไอจนเหนื่อยหอบ ไอและผอมลง หรือไอจนเสียงเปลี่ยน ไอปนเลือด บางทีไอมีเสมหะปนเลือด ซึ่งลักษณะการไอแบบนี้ จะต้องมีเลือดสดออกมาปนบ่อย ๆ ยิ่งสูบมากเท่าไร ยิ่งเสี่ยงเป็นมะเร็งปอดมากเท่านั้น ถ้าหากคุณสูบบุหรี่เป็นประจำ แล้วมีอาการไอเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยด่วน นอกจากอาการไอแล้ว มะเร็งปอด เมื่อเกิดอาการลุกลามแล้ว ผู้ป่วยอาจมีอาการต่างๆ เหล่านี้ หายใจลำบาก หอบเหนื่อย หายใจสั้น หายใจมีเสียงหวีด เจ็บหน้าอกตลอดเวลา เสียงแหบ เสียงเปลี่ยน ปอดติดเชื้อบ่อย เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยส่วนมาก “มะเร็งปอด” ผู้ป่วยจะไม่ค่อยแสดงอาการในระยะแรก แต่จะมีสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเกิดโรคเมื่อมีการเจริญเติบโตของมะเร็งมากขึ้น

อาการ “ไอ” แบบไหน? เสี่ยงมะเร็งปอด Read More »

หมอสมหมาย ทองประเสริฐ กับพลังศรัทธา…”หมอชีวก โกมารภัจจ์”

ประมาณพ.ศ.2510 ผมมีความตั้งใจจะใช้ยาสมุนไพรในการรักษาผู้ป่วย และจากการศึกษาพุทธประวัติพบว่าพระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญ ยกย่องหมอชีวก โกมารภัจจ์ ว่าเป็นอุบาสกผู้เลิศในด้านมีความเลื่อมใส เป็นหมอที่เสียสละและบำเพ็ญตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ชื่อเสียงและเกียรติคุณ ที่กล่าวมาเบื้องต้น คือจุดเริ่มต้นแห่งพลังศรัทธา พ่อหมอชีวกโกมารภัจจ์ จากคำบอกเล่าของ นายแพทย์สมหมาย ทองประเสริฐ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสิงห์บุรี หรือเจ้าของฉายา“หมอเทวดา” โดยในแต่ละวันมีชาวบ้านแห่กันมาให้ตรวจรักษา เกือบ 100 ราย ขณะที่ท่านออกมาบอกว่าอย่าเรียกตนว่าเป็นหมอเทวดาเลย เพราะตนเป็นเพียงแค่ “หมอธรรมดา” เท่านั้น “แม้ว่าผมจะเป็นศัลยแทพย์และแพทย์แผนปัจจุบัน แต่ผมก็มีความเชื่อเรื่องการอธิฐานจิตและมนต์คาถา ซึ่งระยะหลังเมื่อบอกคาถาให้กับคนไข้ไม่ค่อยสวดกัน อาจจะเป็นเพราะไม่เชื่อจึงไม่บอกคาถาก่อนกินยาให้ หากใครเชื่อก็ไปลองบริกรรมก่อนกินยา 3 ครั้ง โดยคาถามีอยู่ว่า อัต ภะ ถัง ทิพ พะ มนต์ ตา นัง โอ สะ ถัง วิ ยะ สัพ ภะ ทา คาถาบทนี้เป็นคาถาที่เขียนไว้ในตำรายา” หมอสมหมายกล่าว พร้อมกันนี้ หมอสมหมาย ยังบอกด้วยว่า การรักษาโรคทุกชนิดถ้าจะให้หายโดยไว ต้องอาศัยการรักษาแบบองค์รวม

หมอสมหมาย ทองประเสริฐ กับพลังศรัทธา…”หมอชีวก โกมารภัจจ์” Read More »